![]() |
ก่อนอื่นมาเรียนรู้เรื่องอารมณ์กันก่อนนะครับ
โดยผมแบ่งอารมณ์ไว้ 2 ประเภท ดังนี้
1. อารมณ์ดี
2. อารมณ์เสีย
อารมณ์หรือตามหลักพระพุทธศาสนา
เรีกว่า เวทนา ถ้าคุณมีความสุขไม่ว่าจะมีความสุขจาก
อะไรก็ตาม นั่นหมายความว่า คุณอารมณ์ดี แต่ถ้าคุณ
มีความทุกข์ไม่ว่าจะอะไรก็ตามแสดงว่า อารมณ์เสีย
"อารมณ์ " เกิดจากสัมผัส เช่น ตาเห็นรูป
หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นรับรสชาติ กายได้สัมผัส
สิ่งต่าง ๆ หรือ ตามหลักศาสนาเรียกว่า ผัสสะ
ความโกรธก็เกิดขึ้นจากสัมผัสหรือ ผัสสะ เช่นกัน
เป็นอารมโกรธ ความโกรธจัดอยู่ในอารมณ์เสีย
ผมยกตัวอย่างอารมณ์ดังนี้
1. อารมณ์ดี
-ความรักไคร่
-ความพอใจ
-ความปีติ
-ยินดี
-เป็นต้น
2.อารมณ์เสีย
-ความเศร้าโศก
-เสียใจ
-คับแค้นใจ
-อิจฉา
-ริษยา
-โกรธ
-เป็นต้น
ดังนั้น ความโกรธก็คือ อารมณ์ นี่เอง
เมื่อคุณรู้แล้วว่าความโกรธคืออารมณ์ และต้นตอของ
การเกิดอารมณ์ คือ สัมผัส หรือ ผัสสะ สิ่งที่คุณต้องรู้และ
ทำความเข้าใจนั้นคือ กระบวนการเกิดของอารมณ์
หรือ ขั้นตอนของการเกิดอารมณ์เกิดขึ้น

กระบวนการเกิดของอารมณ์ หรือ ขั้นตอนของการเกิดอารมณ์ขึ้น
อารมณ์จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีสิ่งมากระทบทางกายและใจเท่านั้นเมื่อมีสิ่งมากระทบ เพราะอาศัยการกระทบนั้น ทำใก้เกิดความยินดีพอใจ หรือ ไม่ยินดีพอใจ
จึงเกิดอารมณ์ต่างๆ ขึ้นมา
สิ่งที่มากระทบทางกาย คือ...
-ตา ที่เห็นรูป เมื่อคุณพอใจในรูปที่ตาเห็น คุณจะมีอารมณ์ที่ดี
หรืออารมณ์ต่าง ๆ ในทางที่ดี แต่ถ้าคุณไม่พอใจในรูปที่ตาเห็น คุณก็จะเกิด
อารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ดี หรือ อารมณ์เสีย
-หู ที่ได้ยินเสียง เมื่อคุณพอใจในเสียงที่หูได้ยิน คุณจะมีอารมณ์ที่ดี
หรืออารมณ์ต่าง ๆ ในทางที่ดี แต่ถ้าคุณไม่พอใจในเสียงที่หูได้ยิน คุณก็จะเกิด
อารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ดี หรือ อารมณ์เสีย
-จมูก ที่ได้กลิ่น เมื่อคุณพอใจในกลิ่น คุณจะมีอารมณ์ที่ดี
หรืออารมณ์ต่าง ๆ ในทางที่ดี แต่ถ้าคุณไม่พอใจในกลิ่น คุณก็จะเกิด
อารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ดี หรือ อารมณ์เสีย
-ลิ้น ที่รับรสชาติ เมื่อคุณพอใจในรสชาติ คุณจะมีอารมณ์ที่ดี
หรืออารมณ์ต่าง ๆ ในทางที่ดี แต่ถ้าคุณไม่พอใจในรสชาติ คุณก็จะเกิด
อารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ดี หรือ อารมณ์เสีย
-กาย สิ่งต่าง ๆ ที่กายสัมผัส เมื่อคุณพอใจในการสัมผัสนั้น คุณจะมีอารมณ์ที่ดี
หรืออารมณ์ต่าง ๆ ในทางที่ดี แต่ถ้าคุณไม่พอใจในการสัมผัสนั้น คุณก็จะเกิด
อารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ดี หรือ อารมณ์เสีย
สิ่งที่มากระทบทางใจ คือ...
-การกระทบทางใจนั้นเกิดขึ้นจากการกระทบทางการคิดปรุงแต่ง
โดยทั่วไปแล้วเรามักจะคิดปรุงแต่งไปในเรื่องราวของอดีต ปุจจุบัน อนาคต ปรุงแต่ง
ทางกาย เช่นทำสิ่งต่าง ๆ ปรุงแต่งทางวาจา ปรุงแต่งทางใจด้วยการสร้างอารมขึ้นมาอีขั้น
เพราะการปรุงแต่งนั้นเกิดขึ้น เมื่อคุณพอใจในการปรุงแต่งนั้น คุณจะมีอารมณ์ที่ดี
หรืออารมณ์ต่าง ๆ ในทางที่ดี แต่ถ้าคุณไม่พอใจในการปรุงแต่งนั้น คุณก็จะเกิด
อารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ดี หรือ อารมณ์เสีย

ขั้นตอนและวิธีการระงับความโกรธ
การระงับความโกรธนั้นเป็นไปได้ยากมาก โดยเฉพาะคนที่อารมณ์ร้อนและชอบโกรธจนเคยชิน การระงับความโกรธจึงเป็นแค่การข่มไว้เท่านั้น หากมีสิ่งมากระทบ
ทำให้โกรธ ความโกรธนั้นก็จะประทุขึ้นมาอีกตามความเคยชิ้น แต่การฝึกไม่ให้โกรธนั้น
กลับง่ายกว่าการระงับความโกรธ และง่ายมากๆ หากคุณเข้าใจกระบวนการของการเกิด
ความโกรธและอารมณ์เหล่านั้น
การระงับความโกรธ
การระงับความโกรธ คือ การควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาวะปกติ
ซึ่งนั่น หมายความว่า คุณมีอารมณ์โกรธเกิดขึ้นแล้ว หรือกำลังจะเกิด คุณจึงพยายาม
บังคับอารมณ์โกรธเอาไว้ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การนับ 1-10 เป็นต้น คุณทำแบบนี้จนอารมณ์
โกรธนั้นดับไป แต่ทว่าเมื่อมีสิ่งมากระตุ้นให้โกรธอีกความโกรธนั้นก็จะประทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เพราะการระงับความโกรธนั้นเป็นเพียงการข่มความโกรธเท่านั้น หรือทำให้ความโกรธดับลง
เพียงช่วงเวลาใดเวลานึงเท่านั้น เหมือนระเบิดเวลาที่รอเวลาระเบิดนั่นเอง
การฝึกไม่ให้โกรธ

การฝึกไม่ให้โกรธนั้น
เป็นวิธีที่จะทำให้ความโกรธค่อย ๆ
หายไปจากนิสัยในตัวของคุณ
แน่นอนว่าความโกรธจะไม่หายไป
อย่างรวดเร็ว แต่ความโกรธจะค่อย ๆ
หายไปตามการเวลา เมื่อมีสิ่งมา
กระทบให้โกรธ ความโกรธก็จะไม่
เกิดขึ้นในทันใด และเมื่อฝึก
ไม่ให้โกรธไปเรื่อย ๆ ความโกรธนั้น
ก็จะหายไปในที่สุด
วิธีการฝึกไม่ให้โกรธในขณะที่กำลังโกรธ
1.คุณต้องรู้เท่าทันอารมณ์ หรือรู้ตัวว่าเกิดอารมณ์โกรธ
2.คุณต้องสำรวจตัวเองว่าอารมณ์โกรธนั้นเกิดจากการกระทบจากอะไร
สัมผัสส่วนไหน จากตา หู จมูก ลิ้น กาย หรือ ใจ
3.เมื่อรู้แล้วว่าความโกรธนั้นเกิดจากการกระทบของสัมผัสส่วนไหน
ให้คุณคิดดังนี้ (สัมผัสนั้นเกิดขึ้น มีความพอใจกับไม่พอใจเป็นตัวผูกไว้ เมื่อพอใจ
ในสัมผัส ก็ดีใจ สุขใจ เมื่อไม่พอใจในสัมผัสก็โกรธ )
4.ให้ทิ้งความพอใจ กับไม่พอใจเสีย
เพราะมันเกิดขึ้นจากการกระทบของผัสสะเท่านั้น
5.เข้าใจผัสสะตามความเป็นจริง
คือ การอาศัยกันและกันเกิดขึ้น เช่น เมื่อมีตา ก็ต้องมีรูป มีหูก็ต้องมีเสียง การเกิดขึ้นของผัสสะเป็นเรื่องธรรมดา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น